วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2559

สามท่า เพื่อหน้าท้องแซปเวอร์




ท่าทั้งสามนี้เป็นกลุ่มท่าบริหารหน้าท้องแบบ บิ๊ก3
ฝึก 5 เซ็ต เซ็ตละ 5 ครั้ง ต่อท่า และพักระหว่าเซ็ตไม่เกิน 30 วินาที มาเริ่มกันเลยคะ


ท่าแรก Plank (แพลงค์) คือท่ากระดาน โดยตั้งท่าจะวิดพื้น แต่ให้ใช้แขนท่อนล่างรับน้ำหนักตัวแทน ยกตัวขึ้นค้างไว้ 10 วินาที แล้วเอาลง (นับเป็นหนึ่งครั้ง) พัก 3 วินาที ด้วยการหย่อนสะโพกลงพื้น แล้วเริ่มครั้งที่ 2,3,4,5 (ครบหนึ่งเซ็ต)


ท่าที่สอง Bird Dog
ตั้งท่าคลานสี่ขา แล้วยกแขนซ้ายกับขาขวาขึ้น ขนานลำตัว ค้างไว้ 10 วิฯ ทำซ้ำโดยการสลับข้าง (ทำครบสองข้างนับเป็นหนึ่งครั้ง)






ท่าที่สาม Side Plank
นอนตะแคง ทิ้ง นน.ตัว ลงบนแขนซ้าย ยกสะโพกขึ้นค้างไว้ 10 วิฯ แล้วสลับมาทำข้างขวา
(ทำครบสองข้างนับเป็นหนึ่งครั้ง)

หากต้องการให้ร่างกายได้ขับเหงื่อออกเยอะๆเพื่อเร่งการเผาผลาญแคลลอรี่ แนะนำให้ทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของ "แอลคานีทีน" จะช่วยได้มากๆคะ

สนับสนุนโดย

ถ้าชอบ มากด Like กันด้วยนะคะ
facebook.com

วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Thank you

กรุณาคลิกยืนยันอีเมล เพื่อดาวน์โหลดอีบุ๊คครับ




วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

10 อิริยาบถอันตราย สำหรับสาวๆที่ไม่ควรทำเด็ดขาด!


สำหรับสาวๆที่ไม่ควรทำเด็ด 10 สิ่งนี้เด็ดขาด!
http://bodyfocusfan.blogspot.com/2015/11/ebook.html

1.เอียงคอหนีบโทรศัพท์ อาจทำให้หมดสติ ถ้ามีลิ่มเลือดไปอุดก็ถึงขั้นเป็นอัมพาตได้

2.นั่งยองนานๆ ทำให้ข้อเข่าพัง

3.เอี้ยวตัวไปหยิบของเบาะหลัง ทำให้กล้ามเนื้อและหลังที่ไม่ได้ตั้งตัวบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ทำให้บาดเจ็บที่ข้อไหล่ ปวดต้นคอ ปวดหลังร้าวรุนแรงจากหมอนรองกระดูกปลิ้นไปทับประสาท  ขอให้หยุดรถแล้วหันไปทั้งตัวจะดีต่อสุขภาพมากกว่า

4.ยืนโดยไม่มีที่เกาะ

5.ก้มศีรษะออกกำลังกายทำให้ความดันเปลี่ยนปุบปับได้ โดยเฉพาะ"ความดันลูกตา"และความดันในสมอง

6. เดินนานใส่ส้นสูง กล้ามเท้าและน่องจะต้องทำงานหนัก กล้ามเนื้อหลังจะไม่ได้พักเลย

7.นั่งแช่น้ำร้อนในอ่าง อาจทำให้ความดันตกได้เพราะเส้นเลือดขยายตัวเพื่อคายความร้อน

8.นั่งคุกเข่านาน ข้อเข่าเสีย

9.ลุกจากที่นอนเร็ว ความดันโลหิตจะเปลี่ยนปุบปับเร็

10.ก้มและเงยเร็ว จะทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะถึงขั้นคลื่นไส้อาเจียนได้ ยิ่งถ้ามีอาการน้ำในหู บ้านหมุนบ่อยๆ ควรพยายามหลีกเลี่ยง 

ข้อมูลดีดีจาก
นพ.กฤษดา ศิรามพุช


วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

แจกฟรี ebook "ทำไมลดน้ำหนักไม่ลง"







แอล-คาร์นิทีนคืออะไร

แอล-คาร์นิทีนคืออะไร

แอลคาร์นิทีน เป็นชื่อของสารตัวหนึ่ง ที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเราเอง โดยสร้างขึ้นมาจากกรดอะมิโน 2 ตัว คือ

ไลซีน (lysine)
และเมไทโอนีน (methionine)

ถูกใช้ไปในหน้าที่ต่างๆ เช่น เข้าไปช่วยเพิ่มกระบวนการในการดึงไขมันไปใช้
หรือจะพูดง่ายๆ ก็คือ แอล-คาร์นิทีนช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนกรดไขมันไปเป็นพลังงานนั่นเอง
ซึ่งพลังงานที่ได้มาส่วนใหญ่ก็จะถูกใช้สำหรับการทำงานของกล้ามเนื้อทั่วร่าง กาย และเพราะกระบวนการพื้นฐานดังกล่าวของสารชนิดนี้ จึงทำให้สื่อโฆษณานำมาใช้เป็นประเด็นหลักในการสร้างโฆษณาเพื่อให้เห็นว่า

 “เมื่อกินแอล-คาร์นิทีน แล้วร่างกายเหมือนจะได้ทำงานดึงไขมันไปใช้ตลอดเวลา แม้แต่ในยามหลับ”

การดูดซึมคาร์นิทีนของร่างกาย การดูดซึมของแอล-คาร์นิทีนจะเกิดขึ้นในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ ส่วนแพทย์สามารถให้คาร์นิทีนกับผู้ป่วยได้ทั้งทางเส้นเลือดและโดยการกิน